พิพิธภัณฑ์อาจารย์ฝั้น อาจาโร

                         
   
 
 
 
 
 
 
   
   
 
       
 
 

พิพิธภัณฑ์อาจารย์ฝั้น อาจาโร

วามเป็นมาเจดีย์พิพิธภัณฑ์พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร

ในคืนวันที่ ๔ มกราคม พ.ศ. ๒๕๒๐ พระอาจารย์ฝั้น  ได้มรณภาพที่วัดป่าอุดมสมพร รวมอายุได้ ๗๘ ปี และหลังจากพระราชทานเพลิงศพท่านเมื่อวันที่ ๒๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๒๑ ที่วัดป่าอุดมสมพร ตำบลพรรณา อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร เป็นที่เรียบร้อยแล้วคณะศิษย์ทั้งฝ่ายบรรพชิตและฆราวาสได้มีการประชุมปรึกษาจะสร้างสิ่งก่อสร้างเป็นเครื่องระลึกถึงพระอาจารย์ฝั้น ผู้เป็นพระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ โดยสร้างเจดีย์พิพิธภัณฑ์ตรงบริเวณที่พระราชทานเพลิงศพของท่าน

ความเป็นมาในการสร้างเจดีย์พิพิธภัณฑ์พระอาจารย์ฝั้น  อาจาโรได้มีพระราชกระแสรับสั่งของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ ภายหลังจากการสรงน้ำศพพระอาจารย์ฝั้น  อาจาโรว่าในฐานะที่เราเป็นลูกศิษย์ของพระอาจารย์ ขอให้ทุกคนได้สามัคคีกัน อย่าให้เกิดความแตกแยกและขอให้ยึดมั่นในคำสอนของท่านไว้ให้มั่นคง ขอให้เก็บอัฐิของท่านพระอาจารย์ไว้แห่งเดียวกัน เครื่องอัฐบริขารของท่านอาจารย์ ถ้าสามารถเก็บรวมรักษาไว้เป็นที่เดียวกันก็จะดี

หลักการสร้างเจดีย์พิพิธภัณฑ์พระอาจารย์ฝั้น   อาจาโร

หลักการสร้างเจดีย์พิพิธภัณฑ์มี ๔ ประการ

๑.    ให้พยายามใช้วัสดุที่ประหยัด แต่ต้องมีความทนทาน และต้องการดูแลบำรุงรักษาให้น้อยที่สุด เพื่อมิให้เป็นภาระแก่วัด

๒.  ลักษณะและรูปแบบควรเน้นหลักในทางที่ให้เกิดความรู้สึกในความเป็นกรรมฐาน และเสริมสร้างศรัทธาปสาทะแก่ผู้ได้พบเห็นมากกว่าความงดงามในแง่ศิลปกรรม

๓.   ให้มีการแสดงประวัติของพระอาจารย์ฝั้น รวมถึงพิพิธภัณฑ์แสดงอัฐิธาตุ และบริขารของท่านด้วย

๔.  ให้มีอาณาบริเวณโดยรอบพอสมควร ที่จะได้สิ่งแวดล้อมและต้นไม้ตามนิสัยและปฏิปทาของท่านพระอาจารย์ฝั้น  อาจาโร และให้จุดศูนย์กลางของเจดีย์พิพิธภัณฑ์อยู่ตรงจุดที่ได้มีการพระราชทานเพลิงศพของท่านพระอาจารย์

 ที่มารูปแบบเจดีย์พิพิธภัณฑ์พระอาจารย์ฝั้น  อาจาโร

ที่มาของรูปแบบเจดีย์พิพิธภัณฑ์ ต่อมาได้มีการประชุมของบรรดาศิษยานุศิษย์ ทั้งฝ่ายสงฆ์และฆราวาสเพื่อดำเนินการก่อสร้างในลักษณะเจดีย์พิพิธภัณฑ์และได้เห็นสมควรนิมนต์ พระอาจารย์มหาบัว  ญาณสัมปันโน วัดป่าบ้านตาด จังหวัดอุดรธานี มาเป็นองค์ประธานในการดำเนินงานเรื่องนี้ทั้งหมด พระอาจารย์มหาบัวได้กำหนดองค์ประกอบของคณะดำเนินงานขึ้น โดยมีพระอาจารย์แปลง  สุนทโร เจ้าอาวาสวัดป่าอุดมสมพรและผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร มาร่วมคณะดำเนินงานและคณะดำเนินงานนี้ได้จัดตั้งคณะทำงานขึ้นอีกชุดหนึ่ง ซึ่งประกอบไปด้วยผู้ซึ่งมีจิตศรัทธาต่อพระอาจารย์ฝั้น ซึ่งประกอบด้วยคณะทำงานก่อสร้างพิพิธภัณฑ์บริขารพระอาจารย์มั่น  ภูริทัตตเถระ เป็นผู้ออกแบบเจดีย์พิพิธภัณฑ์พระอาจารย์ฝั้น   อาจาโร

พระธาตุภูเพ็ก
ตั้งอยู่ที่ตำบลนาหัวบ่อ บนเส้นทางหลวงสายสกลนคร - อุดรธานี ห่างจากตัวเมืองสกลนครไปประมาณ 22 กม. มีทางแยกซ้ายไปอีก 14 กม. ผู้ที่จะไปนมัสการพระธาตุต้องเดินขึ้นบันได 491 ขั้น จะถึงองค์พระธาตุซึ่งสร้างอยู่บนยอดเขาภูพาน องค์พระธาตุสร้างด้วยหินทราย อยู่บนฐานศิลาแลงมีผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุม ด้านหน้าเชื่อมต่อกับมณฑป รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ชั้นที่ 1 สูงประมาณ 1.58 เมตร ชั้นที่ 2 สูงประมาณ 0.70 เมตร ตัวปราสาทสูง 7.67 เมตร ซึ่งยังสร้างไม่แล้วเสร็จ ไม่มี หลังคาและยอดปราสาท เพียงแต่ทำขื่อตั้งไว้เท่านั้น พระธาตุภูเพ็กสร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 16 เพื่อเป็นศาสนสถานในศาสนาฮินดู ภายหลังดัดแปลงเป็นพุทธศาสนสถานและมีการยกเรื่อง ประวัติศาสตร์ การก่อสร้างไว้ในตำนานพระอุรังคธาตุ หรือ ตำนานพระธาตุพนม ซึ่งกล่าวไว้ว่า
ปราสาทหลังนี้สร้างขึ้นเพื่อแข่งขันกันระหว่างกลุ่มผู้ชายและกลุ่มผู้หญิง เพื่อรอบรรจุพระอุรังคธาตุ ของพระพุทธเจ้า แต่กลุ่มผู้ชายสร้างพระธาตุภูเพ็ก ได้ยุติการสร้างเมื่อเห็นดาวเพ็กบนท้องฟ้า ซึ่งเป็น กลลวงของกลุ่มผู้หญิงผู้สร้างพระธาตุนารายณ์เจงเวง ปราสาทหลังนี้จึงได้ชื่อว่า ปราสาทพระธาตุ ภูเพ็กตามชื่อดาว "เพ็ก"
วัดถ้ำขาม
ตั้งอยู่บนภูขาม ซึ่งเป็นเขาลูกหนึ่งบนเทือกเขาภูพาน การเดินทางใช้เส้นทางสายสกลนคร - อุดรธานี ไปประมาณ 22 กม. มีทางแยกซ้ายเข้าทางเดียวกับพระธาตุภูเพ็กไปอีกประมาณ 7 กม. ถึงบ้านนาสาวนานมีทางลูกรังแยกไปอีก 13 กม.
วัดถ้ำขามนี้เดิมเป็นที่ปฏิบัติธรรมของพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร ท่านอาจารย์ฝั้นจำพรรษาอยู่ที่วัดนี้จนถึงประมาณ พ.ศ. 2507 ท่านอาพาธจึงได้ไปจำพรรษาที่วัดป่าอุดมสมพร นอกจากนี้ยังเป็นวัดหนึ่งที่เก็บอัฐิของพระอาจารย์เทศก์ เทศรังสี ซึ่งมีผู้คนยังมาเดินทางมาสักการะบูชาอยู่เป็นประจำ
พิพิธภัณฑ์อาจารย์ฝั้น อาจาโร
ตั้งอยู่ที่วัดป่าอุดมสมพร ตำบลพรรณานิคม อำเภอพรรณานิคม ตามเส้นทางสกลนคร-อุดรธานี จากสกลนครถึงอำเภอพรรณานิคมประมาณ 37 กม. จะมีทางแยกเลี้ยวขวาผ่านตัวอำเภอพัฒนานิคมไปประมาณ 2 กม. ลักษณะตัวพิพิธภัณฑ์เป็นรูปเจดีย์ฐานกลมกลีบบัวสามชั้น ภายในมีรูปปั้นพระอาจารย์ฝั้นมีขนาดเท่ารูปจริง ในท่านั่งห้อยเท้า และถือไม้เท้าไว้ในมือ มีตู้กระจกบรรจุอัฐิ และแสดงเครื่องอัฐบริขารที่ท่านใช้เมื่อยามมีชีวิต รวมทั้งประวัติความเป็นมาตั้งแต่เกิดจนมรณภาพ พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร กำเนิดในสกุลสุวรรณรงค์ เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2442 ที่ตำบลบ้านม่วงไข่ อำเภอพรรณานิคม และได้บรรพชาเป็นสามเณรเมื่ออายุ 19 ปี ณ วัดโพนทอง จนอายุครบ 20 ปี จึงอุปสมบทในพุทธศาสนาฝ่ายมหานิกาย ต่อมาได้ถวายตัวเป็นลูกศิษย์ติดตามพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต
วัดคำประมง
ตั้งอยู่ที่บ้านคำประมง ตำบลสว่าง เดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข 22 สายสกลนคร-พรรณานิคม 30 กม.และเลี้ยวขวาไปทางอำเภออากาศอำนวยอีกประมาณ 10 กม. บริเวณวัดประกอบด้วยสำนักสงฆ์และสิ่งปลูกสร้างตามแบบสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ วัดนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่นั่งวิปัสสนาของพระครูสันติวรญาณ (หลวงปู่สิม พุทธาโร) พระเกจิอาจารย์ชื่อดังรูปหนึ่งของไทย

 

 
       

 

สำนักงานเกษตรอำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร โทร. โทร ๐ ๔๒๗๗ ๙๑๔๘